เปิดโลกหลังความตายของจักรพรรดิองค์แรกของจีนกับ “สุสานจิ๋นซี” ในกรุงเทพฯ

นิทรรศการ ป่าช้าจิ๋นซีฮ่องเต้ ในจังหวัดกรุงเทพ ถือได้ว่านิทรรศการที่มีคนพูดถึงอย่างยิ่ง นับจากมีการประกาศการจัดนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ พระราชาธิราชองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา จนถึงเริ่มเปิดให้เข้าชมขณะนี้

ย้อนความไปเมื่อ 44 ปีกลาย ชาวไร่ชาวนาในเมืองซีอาน ของเมืองจีน ได้กระทำขุดหาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ในหน้าเพาะปลูก คนไหนกันแน่จะมีความรู้สึกว่า การขุดหนองน้ำปกติในวันนั้น จะก่อให้โลกได้เจอกับ ป่าช้าจิ๋นซี ป่าช้าจักรพัตราธิราชองค์แรกของจีน ที่หลับอยู่ใต้ดินมานานนับพันปี

ป่าช้าจิ๋นซีฮ่องเต้ มีชื่อเต็มว่า หลุมฝังศพฉินสื่อหวง ถูกศึกษาค้นพบในปี พุทธศักราช 2517 ด้วยความบังเอิญ รัฐบาลจีนได้เข้ามากระทำขุดตรวจสอบตั้งแต่แมื่อวันนั้น รวมของเก่าที่ค้นหาเจอจนกระทั่งวันนี้ กว่า 7400 ชิ้น บนพื้นที่ 25000 ตารางเมตร ถ้าหากคนใดกันแน่คิดไม่ออกว่าพื้นที่กว้างขวางแค่ไหน ทดลองหลับตาคิดถึงสนามฟุตบอลที่พวกเรามองเห็นสำหรับการชิงชัยระดับประเทศเอามาเรียงกัน 25 สนามได้เลยจ๊ะ

การศึกษาและทำการค้นพบความใหญ่โตของหลุมฝังศพจิ๋นซีฮ่องเต้ ถูกขนามนามจากจีน ว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ของโลกชั้นที่ 8 และก็ในปี พุทธศักราช 2530 ป่าช้าที่นี้ได้ถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติด้วยจ้ะ

พวกเราได้ได้โอกาสเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกถึงที่มาของหลุมฝังศพจิ๋นซีฮ่องเต้ เจอที่มาที่น่าดึงดูดมากมายๆจ้ะ อันที่จริงแล้ว เรื่องเล่าและก็ตำนานของหลุมฝังศพจิ๋นซีฮ่องเต้นั้น มีมานานก่อนการศึกษาค้นพบหลุมฝังศพเสียอีก ในยุคเก่ามีการศึกษาและทำการค้นพบบันทึกของนักประวัติศาสตร์ นามว่า “ซือหม่าเชียน” นักประวัติศาสตร์ในตอนวงศ์สกุลฮั่น เอ๋ยถึงป่าช้าจิ๋นซีฮ่องเต้ ว่า

“ วัง หอสังเกตการณ์ กรุ๊ปตึกเลียนแบบนับร้อยที่

เครื่องใช้สอยมีค่าแล้วก็วัตถุสวย ใส่ไว้เต็มป่าช้า

กับกุทัณฑ์พร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุกทุกครั้ง

ปรอทไหลเวียนดุจแม่น้ำนับร้อยสาย

อีกทั้งแม่น้ำเหลือง แม่น้ำแยงซี รวมทั้งทะเล

เบื้องบนเลียนแบบกลุ่มดาวบนสรวงสวรรค์ ระดับล่างนั้นเลียนแบบโลก

ตะเกียงไขน้ำมันปลาวาฬสว่างไสวไม่มีทางดับ”

นักประวัติศาสตร์หลายท่านเมื่อได้อ่านบันทึกต่างพากันมีความรู้สึกว่า หลุมฝังศพจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ ซือหม่าเชียนกล่าวไม่น่าเป็นความจริง เหตุเพราะการเขียนเล่ามองเป็นการพรรณนาโวหารเกินจริงไปหน่อย

แม้กระนั้นภายหลังจากการศึกษาและทำการค้นพบหลุมฝังศพทำให้ผู้คนจำนวนมากจำเป็นต้องกลับมาทวนบันทึกของซือหม่าเชียนอีกครั้ง พูดได้ว่าสั่นสะเทือนแวดวงประวัติศาสตร์อย่างยิ่งจริงๆ

เปิดโลกข้างหลังความตายกับ “ป่าช้าจิ๋นซี” ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร
นิทรรศการนี้มีสาเหตุจากความร่วมแรงร่วมมือหลายข้างอีกทั้งภาครัฐรวมทั้งเอกชน มีการนำเสนอของเก่าถึง 133 ชิ้น ส่งตรงจากพิพิธภัณฑสถานส่านซี เมืองจีน ในฐานะสตรีผู้เผลอไผลประวัติศาสตร์ ทางพวกเราก็เลยไม่คอยช้า รีบไปตั้งแต่วันเสาร์แรกที่เปิดให้เข้าชม วันนี้พวกเราขอพื้นที่แชร์เจอการ์และก็กระบวนการเดินทางสำหรับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะไปดีหรือเปล่า หรือ กำลังจะออกเดินทางไปนะคะ

การเดินทาง
พวกเราเดินทางพร้อมเพื่อนฝูงอีก 2 ท่านจ้ะ โดยเลือกการเดินทางโดย MRT หรือรถไฟใต้ดิน ถ้าหากผู้ใดกันแน่ที่เดินทางโดย MRT เสนอแนะให้ลงที่สถานะที่หมาย สนามไชย ออกทางประตูเลขลำดับ 1 ขึ้นไปจะพบไม่วเซียมไทย

ถ้าเกิดผู้ใดอยากได้เรียกรถยนต์สามารถเรียกได้จากนั่น รวมทั้งให้ไปส่งที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองหลวงได้ แม้กระนั้นเราเลือกเดินจ้ะ อากาศไม่ร้อนจัด ระยะทางเพียงแค่ 1.5 กิโล แถมทุกคนยังเป็นสายถึก ถูกใจเดินจ้ะ

เมื่อขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดิน ให้เลี้ยวซ้าย และก็เดินเลียบถนนหนทางมหาไชยไปเลยนะ จนกระทั่งข้างหน้าวัดพระแก้ว ให้ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เดินตรงไปเรื่อยจะมองเห็นอาคารสีแดง มหาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และก็ ต่อไปจะเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครหลวงจ้ะ

ขอเสนอแนะเพิ่มเติมอีกให้หาอะไรรองท้องไปก่อนนะคะ เนื่องด้วยเพียงพอไปถึงหน้างานแล้ว บางทีอาจจะต้องต่อแถวและก็คอยคิวนานจ้ะ ซึ่งแถวนั้นมีห้องอาหาร รวมทั้ง คอมมูนิตี้มอลล์ ดังๆอย่าง ท่ามหาราช ตั้งอยู่ไม่ไกลจ้ะ

การซื้อบัตร ฝากของ รับบัตรคิว และก็เข้าชม
พวกเรามาถึง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครหลวงซึ่งเป็นเยี่ยมในพิพิธภัณฑสถานในประเทศไทย ที่มีการแสดงผลงานระดับประเทศอยู่เป็นประจำ ราว 10 นาฬิกากว่าๆจ้ะ คนเยอะมากมาย (กรัมไก่ล้านตัว) คิวต่อแถวซื้อตั๋วยาวมาถึงหน้าทางเดินภายนอกรั้ว

และก็โชคร้ายของเราที่ขณะยืนคอยลมพายุเข้าฝนตกหนัก จำต้องยืนรอคอยซื้อตั๋วกึ่งกลางฝน คนใดกันจะไปชี้แนะให้เช็คสภาพภูมิอากาศหรือพกร่มไปนะคะ

สำหรับค่าตั๋วชาวไทย ราคา 30 บาท ต่อ ท่าน จ้ะ เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้วให้เดินไปยังข้างๆจะมีจุดให้ฝากประเป๋า เมื่อฝากแล้ว เน้นกับข้าราชการขอใบฝากด้วยนะคะ เพราะเหตุว่าในขณะที่พวกเราไปคนเยอะมากมาย ข้าราชการบางคนบางทีอาจลืมให้ใบฝากกระเป๋า ตอนกลับบางทีอาจทุกข์ยากลำบากจำเป็นต้องการันตีตัวตนเพื่อเอากระเป๋าได้จ้ะ

เมื่อฝากกระเป๋าแล้วข้างๆจะมีป้าสวยท่านหนึ่งกับน้องเด็กนักเรียน ยืนถือป้ายบัตรคิวจ้ะ ให้พวกเราเดินเข้าไปรับบัตรคิวที่ตรงนั้น การเข้าชมจะแบ่งเป็นรอบ ตามสีบัตรคิว รอบละ 30 – 45 นาที จ้ะ

เมื่อรับบัตรคิวเสร็จให้ฟังเสียงการประกาศจากข้าราชการนะคะ ว่าให้พวกเราไปนั่งคอยที่แหน่งใด เมื่อถึงคิวบัตรพวกเรา ข้าราชการจะเรียกให้ไปนั่งคอยรวมทั้งแลกเปลี่ยนบัตรกับสติ๊กเกอร์ เมื่อได้รับสติ๊กเกอร์แล้ว ข้าราชการ จะพาพวกเราเข้าไปยัง พระที่นั่งศิวโมกขสวรรค์ จ้ะ

ข้อควรจะทราบเพิ่มเติมอีกสำหรับคนที่จะเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ
สามารถถ่ายภาพได้ โดยใช้กล้องถ่ายภาพจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงแค่นั้น กล้องถ่ายรูปจำพวกอื่นๆมิได้รับอนุญาตให้ใช้จ้ะ
ห้ามถ่ายรูปวิดีโอเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สดผ่านวิถีทางต่างๆก็มิได้จ้ะ ถ่ายได้เฉพาะภาพนิ่ง แล้วก็ห้ามเปิดแสงสว่างแฟลช
ห้ามเข้าใกล้ตู้ที่ทำจากกระจกแสดงมากจนเกินความจำเป็น เพราะอาจจะส่งผลให้กระจกแตก หรือ ไปโดนส่วนของเครื่องใช้ไม้สอยนิรภัยจ้ะ โดยยิ่งไปกว่านั้นท่านที่นำลูกหลานตัวน้อยไปด้วย ต้องระวังในส่วนนี้เป็นพิเศษนะคะ
ไม่อนุญาตให้นำสัมภาระเข้า อย่างเช่น กระเป๋าเป้ ร่ม ฯลฯ ให้นำไปฝากไว้ที่ที่ฝากของจ้ะ ถ้าหากเป็นกระเป๋าเล็กๆตะพายข้างสามารถนำเข้าได้จ้ะ